Rocky The Shopping Mall


ข้อมูลส่วนตัว

vampirerocks

Author:vampirerocks
ขอต้อนรับเข้าสู่ FC2



ข้อความบันทึกล่าสุด



ความคิดเห็นล่าสุด



รายเดือน



หมวดหมู่



ค้นหา



RSS



ลิ้ง

เติมลิ้ง



แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน

เพิ่มผู้ใช้นี้เป็นเพื่อน



Shock intex bed
ปรากฏมือสองข้างวางลงบนหัวไหล่มัน กดให้มันเดินไปข้างหน้า
คนผู้นี้คือจี้กังเอง
จี้กังถูกผูกตาไว้ มองไม่เห็นอันใด ได้แต่เดินไปข้างหน้า บอกให้ เดินก็เดิน บอกให้หยุดก็หยุดลง
ยามนั้นมันกำลังเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น จี้กังต้องครุ่นดิด ‘นี่เป็น ท้องพระโรงหรือ ไม่ถูกต้อง จำไต้ว่าบันไดของท้องพระโรงไม่ลาดชันถึง เพียงนี้’
หนึ่งขั้น สองขั้น สิบขั้น ยี่สิบขั้น...
จี้กังพบว่าบันไดที่ใด้เท้าอ่อนยวบอยู่บ้าง โซฟาเป่าลม intexพอเหยียบลงไปบังเกิด เสียงฑงทง นี่เป็นบันไดที่ทำจากไม้ มิใซ่บันไดศิลาของท้องพระโรง พร้อม กันนั้นรู้สึกมีคลื่นความร้อนพวยพุ่งมาปะทะหน้า ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่คลื่นความร้อนยังร้อนระอุกว่าฤดูร้อนอีก
หันใดนั้นมือที่วางอยู่บนหัวไหล่ทั้งสองข้างเพิ่มกำลังกว่าเดิม สะกด ให้มันหยุดลง ต่อจากนั้นแถบผ้าที่ผูกตาถูกแก้ออก ที่ด้านหลังบังเกิด เสียงป็เท้าดังทงทง ผู้ที่คุมตัวมันมาล่าถอยไปแล้ว
แสงแดดที่แผดจ้าซอนไชเข้าตา จนจี้กังต้องหยีตาลง พริบตาที่ หยีตาลง เห็นด้านตรงข้ามยีนไว้ด้วยคนผู้หนึ่ง คนผู้นี้คุ้นตายิ่ง ช่างคุ้น ตายิ่งนัก
จี้กังหยีตาลง คนที่เบื้องหน้าค่อยชัดเจนขึ้นทีละน้อย จี้กังอด ลืมตาโพลงมิได้ คนที่ยีนอยู่เบื้องหน้ากลับเป็นคู่อริของมัน ผู้กว๋อกง หยางซวีเอง จากเก้าอี้เป่าลมนั้นจี้กังพบว่าด้านตรงข้ามที่ห่างไปยีนไว้ด้วยเจ้าหน้าที่ ค่ายตงฉ่างขบวนหนึ่ง คนที่อยู่ตรงกลางคือมู่เอิน เป็นขันทีที่ดับอนาคต ของมันโดยสิ้นเชิง สีหน้าจี้กังต้องทอแววตื่นตระหนกขึ้น
ยามนี้จี้กังค่อยพบว่ามันยีนอยู่บนแท่นยกพื้นสูงแท่นหนึ่ง เบื้อง ข้ายขวาเป็นเตาหลอมสองเตา คลื่นความร้อนพวยพุ่งมาปะทะหน้า คล้าย กับจะลวกเส้นผมและขนคิ้วของมันจนหงิกงอ มันถึงกับสูดได้กลิ่นไหม้ ของเส้นผม ที่นี้คล้ายกับเป็น...คล้ายกับเป็น...
จี้กังกวาดตามองรอบข้างอย่างงุนงง เหลียวดูเซี่ยสินที่ด้านตรง ข้าม ในใจพลันเกิดความประหวั่นอย่างบอกไม่ถูกประการหนึ่ง ต้องแผด เสียงร้องว่า “เราไฉนอยู่ที่นี้ ฝ่าบาทอยู่ที่ใด เราคิดเข้าเฝืา”
เซี่ยสินมองดูจี้กัง ส่ายหน้าเล็กน้อย คลี่ราชโซฟาลม พกพา ราคาโองการในมือออก อย่างช้าๆ
จี้กังพอเห็นราชโองการ ก็ฉุกคิดว่าผิดท่า ต้องถอยกายไปสามก้าว
เซี่ยสินไม่สั่งให้มันคุกเข่าลง เพียงคลี่อ่านราชโองการว่า “ได้รับ บัญชาจากฟ้า ฮ่องเต้มีราชโองการ ด้วยผู้บัญชาการค่ายตงจี้ซื่อฉ่าง ม่เอินรายงานว่า จี้กังลบหลู่เจ้าชีวิต ทั้งไม่คารวะ ลุแก่อำนาจ ก้าวล่วง ละเมิด ปลอมราชโองการ ทุจริตคิดมิชอบ ขู่กรรโชกทรัพย์ ซุกซ่อนสตรี ซื่วหนี่ เก็บซ่อนยุทธภัณฑ์ ข่มเหงขุนนางใหญ่ ไม่ละอายต่อบาป ไม่เห็น เจ้าชีวิตอยู่ในสายตา พฤติการณ์ถืออำนาจบาตรใหญ่ มีมากมายสุดคณาโซฟาลม พกพา ราคาส่ง นับ นับเป็นจิตวิปริตฟันเฟ้อน’’
บนแท่นยกพื้นสูงร้อนอบอ้าวราวฤดูร้อน จี้กังกลับรับฟังจนหน้า ถอด



my bedair
จูต้านจีทราบว่าจี้กังอยู่ฝ่ายบิดา แต่ก็ทราบว่าคนผู้นี้มืชื่ออื้อฉาว เปลือกนอกคล้อยตามแท้จริงขัดขืนต่อบิดา จึงไม่ซมชอบมัน แต่พอฟัง ต้องเกิดความสงลัยอยากรู้ กล่าวว่า “ถ้อยคำของฝ่กว๋อกง ฝ่กว๋อกง กล่าวว่ากระไร?”
จี้กังหัวร่อเฮอะฮะ ล้วงหนังสือกราบทูลจากอกเสื้อประคองส่งให้ กล่าวว่า “อ๋องไท่ซุนโปรดดู”
จูต้านจีรับหนังสือกราบทูลมาอ่านดูเที่ยวที่นอนเป่าลม tv directหนึ่ง เห็นจูเกาซุ่ยซะโงท ศีรษะเข้ามา จึงยื่นส่งให้กล่าวว่า “อ๋องสู (พระอา) โปรดดู”
จูเกาซุ่ยอ่านหนังสือกราบทูลจนจบต้องเลิกคิ้วกล่าวว่า “หยางซวี ผู้นี้ด่ากราดไต้สมใจนัก แด่ว่า...ในฐานะกว๋อกงกล่าววาจาเช่นนี้ ออกจะ เสื่อม
เสียคักดี*ศรีไป”
จูต้านจีกลอกตาตลบหนึ่งกล่าวถามจี้กังว่า “ฝ่าบาทพออ่านดู ไม่ ทราบรับสั่งอย่างไร?”
จี้กังกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ฝ่าบาทหัวร่อฮาฮา ไม่รับสั่งอันใด ที่นอนเป่าลม intex 68765เป็น เฉินเห็นว่าถ่อยคำของกว๋อกงเหล่านี้เป็นการตอบโต้เหล่าขุนนางที่โจมตี นโยบายของสำนักเหลียวตงลูซือ จึงกราบทูลให้ฝ่าบาทเผยแพร่เป็น เอกสารของทางการ”
จูต้านจีล่งเสียงดังอืมม์ ไม่แสดงท่าทีอันใด พระนัดดาผู้นี้แม้อายุ อังเยาว์ แด่รู้จักเก็บซ่อนความรู้สึกไว้
จูเกาซุ่ยโบกมือกล่าวกับจี้กังว่า “ท่านไปท่างานของท่านเถอะ เรา หลังจากเข้าเผิาฝ่าบาท จะไปรับประทานเป็ดย่างที่ย่านเ!เยนอีฝาง ท่าน พอทำงานเสร็จค่อยรุดไป”
จี้กังรับคำ ซุกเก็บหนังสือกราบทูลไว้ดังเดิม กล่าวคำอำลาจูต้านจี กับจูเกาซุ่ย รีบรุดออกจากราชนิเวศน์
จูเกาซ่ยเหลือบมองจูต้านจีแวบหนึ่ง หัวร่อพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาท โปรดปรานหยางซวีจริงๆ หยางซวีละทิ้งงานราชการ รุดไปช่วยเหลือ สตรีของมัน ฝ่าบาทไม่ลงโทษอันใด ตอนนี้หยางชวีด่าทอเหล่าผู้คงแก่ เรียน ฝ่าบาทกลับพอพระหัยยื่ง”
จูต้านจีกล่าวว่า “ถูกแล้ว หยางซวีมืความดีดวามชอบต่อราช สำนัก ผู้อื่นอาจไม่ล่วงรู้ แต่หวงสูย่อมทราบดี
ที่นอนเป่าลม intex 5 ฟุต อีกประการหวงแหยแหย (พระอัยกา) ชมชอบคนที่เป็ดเผย หยางซวีแม้กระทำผิดมารยาทของ
ชุนนาง แต่ก็แสดงความบริสุทธิ้ใจ เป็นที่พอพระหัยของหวงแหยแหย”
จูเกาซุยเดินเคียงคู่กับมัน พลางกล่าวว่า “กล่าวไปหยางซวีเป็น ชุนนางสามรัชกาล แต่ว่าอายุยังเยาว์ รอจนหลานเราขึ้นเป็นฮ่องเต้ มัน ก็เป็นชุนนางห้ารัชกาล กอปรด้วยวัยวุฒิคุณวุฒิ เพียบพร้อมด้วยสติ
ที่นอนเป่าลม chilindoปัญญาความกล้าหาญ



my intex bedair story
ในราชนิเวศน์ หย่งเล่อฮ่องเต้ประทับอยู่เบื้องสูง ทรงสดับคำ รายงานที่นอนเป่าลมในรถจนจบความ กิโบกพระหัตถ์คราหนึ่ง เจ้าหน้าที่จุดรับส่งข่าวสาร ที่ส่งข่าวมารีบโขกศีรษะล่าถอยออกไป
เจ้าจ้าวอ๋องจูเกาซุยรีบกล่าวว่า “พระบิดา หยางซวีผู้นี้เหลวไหล มากแล้ว พระบิดามอบหมายหน้าที่ส์าศัญให้ มันกลับละทิ้งโดยไม่แยแส พาตัวเสี่ยงอันตรายเพราะสตรีนางหนึ่ง ต่อให้มันสามารถกลับมาโดย ปลอดภัย เรื่องราวพอเปิดเผยออกไป จะถูกผู้คนหัวร่อเยาะ หากขุนนาง ทั้งแผ่นดินลอกเลียนแบบ กระทำการตามอารมณ์ ละทิ้งแผ่นดินโดยรวม ที่นอนเป่าลมราชสำนักยังจะคงอยู่ได้อย่างไร?”
จูด้านจีที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้เจ้าชีวิตกิขมวดคิ้วกล่าวว่า “หยางซวีทำ
เช่นนี้ แสดงว่าไม่นึกถึงสถานการณ์โดยรวม”
จูเกาซุยกล่าวด้วยความยินดีว่า “ด้านจีอายุยังเยาว์ ยังรู้จักนึกคิด หยางซวีทำเช่น'นโม่ถูกด้อง แสดงว่าถึอดีที่เป็นที่โปรดปราน”
จี้กังพอฟัง ต้องกลอกตาวุ่นวาย ในใจคิดเอ่ยปากสอดดำ แต่ก็เห็น ว่าโจ่งแจ้งเกินไป หลังจากครุ่นคิดก็นึกได้อุบายหนึ่ง แสร้งเป็นกล่าวด้วย ความห่วงใยชาติบ้านเมืองว่า “กว๋อกงปลีกตัวไปยังแคว้นตาร์ตาร์ หากว่า ทางแดน
เหลียวตงเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงอันใด ก็ไม่มืผู้ใดตัดสินใจ หากว่า คลาดเรื่องสำคัญของราชสำนักจะทำอย่างไร?”
จูเกาซุ่ยกล่าวยํ้าว่า “พระบิดาไม่อาจปล่อยปละละเลย สมควรลง โทษหยางซวี มิให้ผู้อื่นถือเป็นเยี่ยงอย่าง”
หย่งเล่อฮ่องเต้ทรงพระสรวลออกมารับสั่งว่า “สั่นปากไม่คืนดำคือ วิญฌูชน ไร้นํ้าใจไร้คุณธรรมมิใช่ชายชาติ แล้วกันไปเถอะ ครั้งกระโน้น ยามอยู่หน้าพระพักตร์ไทํจู่ฮ่องเต้ หยางซวีมิใช่ละทิ้งหาบ ไล่กวดตาม สตรีของมันไป จนเป็นเหตุให้ราชองครักษ์อารักขาไท่จู่ฮ่องเต้ขาดไปคน หนึ่งหรอกหรือ คิดไม่ถึงผ่านไปหลายปี หยางซวีผู้นี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง นี่เรียกว่าวีรบุรุษยากผ่านด่านหญิงงาม”
หยุดเล็กน้อยจึงตรัสสืบต่อ “ไม่ต้องสนใจมันแล้ว ข้าความจริงมี ราชโองการถึงแดนเหลียวตงว่า หากเป็นเรื่องที่ไม่ทันขออนุญาต สามารถ กระทำการตามความเหมาะสม เมื่อหยางซวีไม่ไป ถึให้ผู้บัญชาการทั้ง สามคิดอ่านแก้ไขเอง ซุยเอ่อ ที่นอนเป่าลม โฮมโปรทำนบอกต่อว่าเรื่องการจัดพิมพ์ปทานุกรม หย่งเล่อดำเนินถึงขั้นใด?”
ในทัพกลางชองวาลา เซี่ยสินกล่าวกับฮ่อาฮหยินว่า “ระหว่าง ตาร์ตาร์กับวาลาใครผิดใครถูก สตรีนางนี้ทราบกระจ่างดี ด้าหมืงเราเมื่อ สอดมือเข้าไกล่เกลี่ย ย่อมต้องการทราบความจริง เพี่อตัดสินโดยยุติธรรม
ก๊ไม่อาจฆ่าสตรีนางนี้”
เหลาเปียวขุ่นแค้นยิ่ง กระชากเสียงว่า “เพราะเพื่อรักษาพยานปาก นี้ ท่านกลับฆ่าขุนพลของซนเผ่าเราหรือ?”
เซี่ยสินเหลือบมองซากศพเล้าปัแวบหนึ่ง กล่าวอย่างเฉื่อยซาว่า “หากไม่ตัดสินโดยยุติธรรม ตาร์ตาร์กับวาลาต่างไม่ยอมรับ วันหน้าต้อง เกิดข้อพิพาทที่นอนเป่าลม chilindoใหม่ เมื่อถึงเวลาเกิดการบาดเจ็บล้มตายมากมาย ตอนนี้ ฆ่าคนผู้นี้เพื่อรักษาพยานไว้ หาทางยุติข้อพิพาทของชนเผ่าทั้งสอง ถือ เป็นกุศลอันใหญ่



look at sofa intex
จี้โหยวหนันหัวร่อเย้ยหยันกล่าวว่าโซฟาเป่าลม lazada “วันนั้นเฉินอิงพอออกจาก กรมความมั่นคงแผ่นดิน ก็กลับสำนักตูฉาเอี้ยน หลังจากนั้นไม่เห็นมันมี ความเคลื่อนไหวใด ใต้เท้าทำงานให้กับฝ่าบาท ถือเป็นความชอบธรรม มันจะทำอย่างไรไต้ ย่อมต้องกลํ้ากลืนปีนทนแล้ว”
จี้กังยิ้มอย่างเหยียดหยามกล่าวว่า “เฒ่าผู้นี้มีแมือเพียงนี้เอง เรา กำลังรอมันตอบโต้กระบวนทำ มิคาดมันกระทั่งลมยังไม่กล้าผายออกมา” เพิ่งเอ่ยถึงตอนนี้ ไต้ยินเสียงปีนใหญ่สามครา ต่อจากนั้นกองกำลัง ขบวนหนึ่งเคลื่อนเข้ามา คนบนหลังม้าสวมหมวกใส่ชุดเกราะ ประดับ อาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดต่างๆ พอเข้าสู่สนามปีกข้อมปีมือ ก็แบ่งกำลังออก เป็นสามสาย สายหนึ่งไปทางข้าย สายหนึ่งไปทางขวา กระจายกำลัง เป็นรูปห่านป่า โอบล้อมสตรีซิ่วหนึ่บนลานปีกข้อมปีมีอไว้ ส่วนขบวนปีน โซฟาลม พกพา ราคาส่งไฟและมือดาบโล่ตรงมายังแท่นตรวจแถวทหาร ล้อมแท่นตรวจแถว ทหารไว้
จี้กังผุดลุกขึ้น นํ้าซาในถ้วยราดรดใส่มือยังไม่รู้สึกตัว ร้องโพล่งว่า “เป็นเรื่องราวใด?”
เห็นทั้งหน้าและหลังของแท่นตรวจแถวทหาร ยีนไว้ด้วยไพร่พล หลายร้อยนาย สายตายามกวาดมอง ใต้แท่นตรวจแถวทหารสะท้อน ประกายเย็นเยียบ กอปรเป็นดงดาบภูเขาทวน ต่อจากนั้นแว่วเสียงม้า ร้องก้อง ม้าพ่วงพีสีดำตัวหนึ่งควบขับมา แม่ทัพบนหลังม้าควบม้าตรง มาที่หน้าแท่นตรวจแถวทหาร พอรั้งดึงสายบังเหียน ม้าพ่วงพีก็หยุดนึ่ง ลง ราวกับหล่อหลอมจากเหล็กก็มิปาน
จี้กังเพ่งตามอง เห็นแม่ทัพบนหลังม้าสวมชุดเกราะสีดำ ไม่ว่า แผ่นเหล็กหุ้มหัวไหล่ ที่หุ้มข้อมือ และเส้นไหมที่ผูกชุดเกราะล้วนเป็น สีดำ กลืนเข้ากับม้าศึกที่ขับขี่ มีแต่พู่บนหมวกเหล็กเป็นสีแดงราวโลหิต เมื่อมองไปยังใบหน้ามัน ไม่ว่าเหนือคิ้ว สองแก้มล้วนถูกแผ่นโลหะบน หมวกเหล็กปีดบังไป
กว่าครึ่ง นอกจากเก้าอี้เป่าลมสายตาที่คมกล้าทั้งคู่แล้ว แทบ มองไม่เห็นอันใด
แม่ทัพนั้นกวาดมองจี้อังอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง จากนั้นพลิกตัวลง จากหลังม้า ทหารชั้นผู้น้อยยศเสี่ยวเสี้ยวนายหนึ่งวิ่งปราดมา คุกเข่าลง ข้างหนึ่ง แม่ทัพนั้นเหยียบลงบนหัวเข่ามัน แล้วทิ้งเท้าลงอับพื้น ชุด เกราะทั่วร่างขยับตังกราวใหญ่ ที่แท้ที่มันสวมใส่มิไข่เกราะหนังที่ทาสีดำ หากเป็นเกราะหนักที่หลอมจากเหล็กบรีสุทธิ้
แม่ทัพนั้นเดินอย่างองอาจขึ้นมายังแท่นตรวจแถวทหาร แล้ม้าใน มือเคาะใส่ฝ่ามือเบาๆ สายตาจ้องจับที่จี้อัง ไม่เอ่ยปากกล่าววาจา
จี้อังกวาดตาไปยังแท่นแวบหนึ่ง เห็นธงผืนหนึ่งโบกสะบัดต้านลม ปักอักษรดำ “เทียนเซ่อ” ต้องใจสั่นสะท้าน รีบวางถ้วยซาลงบนโต๊ะเตี้ย สาวเท้าออกไปแสดงความเคารพต่อแม่ทัพนั้นกล่าวว่า โซฟาเป่าลม“เฉิน...เฉินจี้อัง คำนับฮั่นอ๋องเตี้ยนเซี่ย”
แม่ทัพนั้นเงื้อแล้ม้าขึ้น คล้ายคิดหวดลง จี้อังที่น้อมคำนับอยู่เบื้อง หน้ากระทั่งหนังตายังไม่กะพริบ ยังคงรักษาท่วงท่าน้อมคำนับเอาไว้
แม่ทัพนั้นเงื้อแส้ขึ้น ตันแผ่นเหล็กเหนือคิ้วออก จากนั้นกระตุก สายรัดที่ใต้คาง เลื่อนแผ่นเหล็กที่ปีดบังข้างแก้มออก เผยเห็นใบหน้าที่ หล่อเหลาหากน่าเกรงขาม เป็นเจ้าฮั่นอ๋องจูเกาซวีเอง



intex thailand bedpool
ภรรยาintex thailandของหยางสี่เจี้ยเดินออกมา กระตุกแขนเสื้อมันเบา ๆ หยางสี่เจี้ยฉุกใจคิด กล่าวว่า ‘รีบจัดเตรียมข้าวของให้กับบุตรีเรา ตบแต่งออกไป”
ภรรยาของหยางสี่เจี้ยกล่าวอย่างงุนงงว่า “บุตรีเราเพิ่งอายุสิบ สาม ยังไม่ไต้หมั้นหมาย คิดแต่งให้กับผู้ใด?”
หยางลี่เจี้ยถลืงตาใส่ กล่าวว่า “ยังกลัวแต่งไม่ออกหรือ เราจะ เสาะหาครอบครัวลักครอบครัวหนึ่ง พรุ่งนี้แต่งออกไป”
พลางสาวเท้าหมายจากไป แต่แล้วหยุดยั้งลง หันมากำชับภรรยา ของมันว่า “ท่านป็ดปากให้สนิท อย่าไต้แพร่งพรายออกไป”
ภรรยาของหยางลี่เจี้ยตะกุกตะกักว่า “อย่างนั้น...หลานสาวเรา...” หยางลี่เจี๋ยกล่าวว่า “มีหมิงเอ้อ อยู่หลายราย ฟานอย่าได้
กระโตกกระตากไป รอจนหมั้นหมายบุตรีเราแล้วค่อยว่ากล่าว”
วันนี้หยางสี่เจี๋ยสิบเสาะมาถึงบ้านของเสี่ยวอิง นับตั้งแต่เสี่ยวอิงกับถูเหมินเป่าอินพำนักที่เมืองม่อหลิง ถูเหมืน เป่าอินสองแม่ลูกน้อยครั้งจะออกจากบ้าน เสี่ยวอิงกลับออกไปอยู่เสมอโซฟาเป่าลม intex Ultra Daybed Lounge เนื่องเพราะฮ่องเต้ทรงพระราชทานบ้าน
หลังนี้แก่พวกนาง พร้อมด้วยนา นํ้าอย่างดีหนึ่งร้อยบู่ (ไร่จีน) พวกนางเป็นเจ้าของที่ดิน ย่อมต้องออกไป พบปะชาวนาที่เช่าที่นาของพวกนาง ดังนั้นเสี่ยวอิงให้พ่อบ้านพาไปรู้จัก กับซาวนาที่เช่าที่นา
ถึงแม้ว่าแคว้นตาร์ตาร์ก็มีชาวบ้านที่ฑำไร่ไถนา แต่ว่าส่วนใหญ่ยึด อาชีพเลี้ยงสัตว์ เสี่ยวอิงคุ้นเคยกับกิจการเลี้ยงสัตว์ ตอนนี้ต้องทำความ เข้าใจกับการเกษตรให้มากไว้ เข้าวันนี้นางตระเตรียมไปยังที่นา เพิ่งจูง ม้าถึงประตูหน้า หยางสี่เจี๋ยกินำผู้ติดตามสองคนมาเยือนถึงถิ่น
หยางสี่เจี๋ยพอเข้าประตูมา ก็ประสานมือกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “แม่ นางเซี่ยคิดออกจากบ้านหรือ ขอแสดงความยินดีด้วย ฮาฮา...”
เนื่องจากครอบครองที่นาต้องชำระภาษี เสี่ยวอิงเคยติดต่อกับสี่ จ่างผู้นี้หลายครั้ง พอเห็นมันจึงกล่าว intex ที่นอนเป่าลม 3.5 ฟุต“ที่แท้เป็นหยางต้าสู (อาแซ่หยาง) แสดงความยินดีอันใด?”
หยางสี่เจี๋ยบอกกล่าวว่า “เรื่องราวเป็นเช่นนี้ ภายในวังกำหนด เลือกซิ่วหนี่ ในลิบหมื่นคนดัดเลือกเพียงแปดร้อย ผู้ที่ผ่านการดัดเลือก มีโอกาสขึ้นเป็นนางสนมฮ่องเต้ ด้วยรูปโฉมของแม่นางเซี่ยต้องไต้รับ เลือกแน่นอน ผู้อื่นเลือกซิ่วหนี่ ส่วนแม่นางเซี่ยต้องไต้รับเลือกเป็นนาง สนม เราต้าสูจึงแสดงความยินดีต่อท่านล่วงหน้า”
เสี่ยวอิงงงงันวูบกล่าวว่า “ฮ่องเต้ดัดเลือกซิ่วหนี่?”
ผู้ติดตามของหยางสี่เจี๋ยคนหนึ่งสอดคำขึ้น “ใช่แล้ว หญิงสาวที่
อายุสิบสามถึงสิบหกปี ยังไม่หมั้นหมาย...”
ไม่ทันขาดคำ ก็ถูกหยางลี่เจี๋ยถึบกระเด็นออกไป ด่าทอว่า “เจ้า ปากมากอันใด?”
เสี่ยวอิงพอยินคำพูดนี้ ต้องเม้มปากหัวร่อกล่าวว่า “หยางต้าสู ขอ บอกตามตรง ปีนี้ผู้อื่นอายุสิบแปดปีแล้ว ไม่เข้าเกณฑ์ที่วางไว้...”
หยางลี่เจี๋ยถลึงตาใส่ผู้ติดตามที่ปากมาก จากนั้นปีนรอยยิ้มทั่ว
ใบหน้า กล่าวว่า “เรื่องราวเป็นเซ่นนี้ ราชสำนักที่กำหนดอายุตั้งแต่สิบ สามถึงสิบหกปี เพราะตามกฎหมายของต้าหมิง สตรีที่มีอายุเกินสิบหกปี ยังไม่แต่งออก ต้องถูกปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนั้นสตรีที่อายุเกินสิบ หกปียังไม่หมั้นหมายมีน้อยกว่าน้อย ใช่แล้ว intex poolบ้านของพวกท่านย้ายมา จากเมืองต้าหนิงนอกด่าน อาจไม่ทราบเรื่องนี้”
หยางลี่เจี๋ยกลืนนํ้าลายคำหนึ่งแล้วกล่าว “เพราะเหตุนี้อายุมิใซ่ เงื่อนไขที่ต้องถึอปฏิป้ติ ประการสำคัญคือยังไม่หมั้นหมาย แม่นางเซี่ย ยังไม่หมั้นหมายกระมัง?”