Rocky The Shopping Mall


ข้อมูลส่วนตัว

vampirerocks

Author:vampirerocks
ขอต้อนรับเข้าสู่ FC2



ข้อความบันทึกล่าสุด



ความคิดเห็นล่าสุด



รายเดือน



หมวดหมู่



ค้นหา



RSS



ลิ้ง

เติมลิ้ง



แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน

เพิ่มผู้ใช้นี้เป็นเพื่อน



Shock intex bed
ปรากฏมือสองข้างวางลงบนหัวไหล่มัน กดให้มันเดินไปข้างหน้า
คนผู้นี้คือจี้กังเอง
จี้กังถูกผูกตาไว้ มองไม่เห็นอันใด ได้แต่เดินไปข้างหน้า บอกให้ เดินก็เดิน บอกให้หยุดก็หยุดลง
ยามนั้นมันกำลังเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น จี้กังต้องครุ่นดิด ‘นี่เป็น ท้องพระโรงหรือ ไม่ถูกต้อง จำไต้ว่าบันไดของท้องพระโรงไม่ลาดชันถึง เพียงนี้’
หนึ่งขั้น สองขั้น สิบขั้น ยี่สิบขั้น...
จี้กังพบว่าบันไดที่ใด้เท้าอ่อนยวบอยู่บ้าง โซฟาเป่าลม intexพอเหยียบลงไปบังเกิด เสียงฑงทง นี่เป็นบันไดที่ทำจากไม้ มิใซ่บันไดศิลาของท้องพระโรง พร้อม กันนั้นรู้สึกมีคลื่นความร้อนพวยพุ่งมาปะทะหน้า ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่คลื่นความร้อนยังร้อนระอุกว่าฤดูร้อนอีก
หันใดนั้นมือที่วางอยู่บนหัวไหล่ทั้งสองข้างเพิ่มกำลังกว่าเดิม สะกด ให้มันหยุดลง ต่อจากนั้นแถบผ้าที่ผูกตาถูกแก้ออก ที่ด้านหลังบังเกิด เสียงป็เท้าดังทงทง ผู้ที่คุมตัวมันมาล่าถอยไปแล้ว
แสงแดดที่แผดจ้าซอนไชเข้าตา จนจี้กังต้องหยีตาลง พริบตาที่ หยีตาลง เห็นด้านตรงข้ามยีนไว้ด้วยคนผู้หนึ่ง คนผู้นี้คุ้นตายิ่ง ช่างคุ้น ตายิ่งนัก
จี้กังหยีตาลง คนที่เบื้องหน้าค่อยชัดเจนขึ้นทีละน้อย จี้กังอด ลืมตาโพลงมิได้ คนที่ยีนอยู่เบื้องหน้ากลับเป็นคู่อริของมัน ผู้กว๋อกง หยางซวีเอง จากเก้าอี้เป่าลมนั้นจี้กังพบว่าด้านตรงข้ามที่ห่างไปยีนไว้ด้วยเจ้าหน้าที่ ค่ายตงฉ่างขบวนหนึ่ง คนที่อยู่ตรงกลางคือมู่เอิน เป็นขันทีที่ดับอนาคต ของมันโดยสิ้นเชิง สีหน้าจี้กังต้องทอแววตื่นตระหนกขึ้น
ยามนี้จี้กังค่อยพบว่ามันยีนอยู่บนแท่นยกพื้นสูงแท่นหนึ่ง เบื้อง ข้ายขวาเป็นเตาหลอมสองเตา คลื่นความร้อนพวยพุ่งมาปะทะหน้า คล้าย กับจะลวกเส้นผมและขนคิ้วของมันจนหงิกงอ มันถึงกับสูดได้กลิ่นไหม้ ของเส้นผม ที่นี้คล้ายกับเป็น...คล้ายกับเป็น...
จี้กังกวาดตามองรอบข้างอย่างงุนงง เหลียวดูเซี่ยสินที่ด้านตรง ข้าม ในใจพลันเกิดความประหวั่นอย่างบอกไม่ถูกประการหนึ่ง ต้องแผด เสียงร้องว่า “เราไฉนอยู่ที่นี้ ฝ่าบาทอยู่ที่ใด เราคิดเข้าเฝืา”
เซี่ยสินมองดูจี้กัง ส่ายหน้าเล็กน้อย คลี่ราชโซฟาลม พกพา ราคาโองการในมือออก อย่างช้าๆ
จี้กังพอเห็นราชโองการ ก็ฉุกคิดว่าผิดท่า ต้องถอยกายไปสามก้าว
เซี่ยสินไม่สั่งให้มันคุกเข่าลง เพียงคลี่อ่านราชโองการว่า “ได้รับ บัญชาจากฟ้า ฮ่องเต้มีราชโองการ ด้วยผู้บัญชาการค่ายตงจี้ซื่อฉ่าง ม่เอินรายงานว่า จี้กังลบหลู่เจ้าชีวิต ทั้งไม่คารวะ ลุแก่อำนาจ ก้าวล่วง ละเมิด ปลอมราชโองการ ทุจริตคิดมิชอบ ขู่กรรโชกทรัพย์ ซุกซ่อนสตรี ซื่วหนี่ เก็บซ่อนยุทธภัณฑ์ ข่มเหงขุนนางใหญ่ ไม่ละอายต่อบาป ไม่เห็น เจ้าชีวิตอยู่ในสายตา พฤติการณ์ถืออำนาจบาตรใหญ่ มีมากมายสุดคณาโซฟาลม พกพา ราคาส่ง นับ นับเป็นจิตวิปริตฟันเฟ้อน’’
บนแท่นยกพื้นสูงร้อนอบอ้าวราวฤดูร้อน จี้กังกลับรับฟังจนหน้า ถอด



my bedair
จูต้านจีทราบว่าจี้กังอยู่ฝ่ายบิดา แต่ก็ทราบว่าคนผู้นี้มืชื่ออื้อฉาว เปลือกนอกคล้อยตามแท้จริงขัดขืนต่อบิดา จึงไม่ซมชอบมัน แต่พอฟัง ต้องเกิดความสงลัยอยากรู้ กล่าวว่า “ถ้อยคำของฝ่กว๋อกง ฝ่กว๋อกง กล่าวว่ากระไร?”
จี้กังหัวร่อเฮอะฮะ ล้วงหนังสือกราบทูลจากอกเสื้อประคองส่งให้ กล่าวว่า “อ๋องไท่ซุนโปรดดู”
จูต้านจีรับหนังสือกราบทูลมาอ่านดูเที่ยวที่นอนเป่าลม tv directหนึ่ง เห็นจูเกาซุ่ยซะโงท ศีรษะเข้ามา จึงยื่นส่งให้กล่าวว่า “อ๋องสู (พระอา) โปรดดู”
จูเกาซุ่ยอ่านหนังสือกราบทูลจนจบต้องเลิกคิ้วกล่าวว่า “หยางซวี ผู้นี้ด่ากราดไต้สมใจนัก แด่ว่า...ในฐานะกว๋อกงกล่าววาจาเช่นนี้ ออกจะ เสื่อม
เสียคักดี*ศรีไป”
จูต้านจีกลอกตาตลบหนึ่งกล่าวถามจี้กังว่า “ฝ่าบาทพออ่านดู ไม่ ทราบรับสั่งอย่างไร?”
จี้กังกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ฝ่าบาทหัวร่อฮาฮา ไม่รับสั่งอันใด ที่นอนเป่าลม intex 68765เป็น เฉินเห็นว่าถ่อยคำของกว๋อกงเหล่านี้เป็นการตอบโต้เหล่าขุนนางที่โจมตี นโยบายของสำนักเหลียวตงลูซือ จึงกราบทูลให้ฝ่าบาทเผยแพร่เป็น เอกสารของทางการ”
จูต้านจีล่งเสียงดังอืมม์ ไม่แสดงท่าทีอันใด พระนัดดาผู้นี้แม้อายุ อังเยาว์ แด่รู้จักเก็บซ่อนความรู้สึกไว้
จูเกาซุ่ยโบกมือกล่าวกับจี้กังว่า “ท่านไปท่างานของท่านเถอะ เรา หลังจากเข้าเผิาฝ่าบาท จะไปรับประทานเป็ดย่างที่ย่านเ!เยนอีฝาง ท่าน พอทำงานเสร็จค่อยรุดไป”
จี้กังรับคำ ซุกเก็บหนังสือกราบทูลไว้ดังเดิม กล่าวคำอำลาจูต้านจี กับจูเกาซุ่ย รีบรุดออกจากราชนิเวศน์
จูเกาซ่ยเหลือบมองจูต้านจีแวบหนึ่ง หัวร่อพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาท โปรดปรานหยางซวีจริงๆ หยางซวีละทิ้งงานราชการ รุดไปช่วยเหลือ สตรีของมัน ฝ่าบาทไม่ลงโทษอันใด ตอนนี้หยางชวีด่าทอเหล่าผู้คงแก่ เรียน ฝ่าบาทกลับพอพระหัยยื่ง”
จูต้านจีกล่าวว่า “ถูกแล้ว หยางซวีมืความดีดวามชอบต่อราช สำนัก ผู้อื่นอาจไม่ล่วงรู้ แต่หวงสูย่อมทราบดี
ที่นอนเป่าลม intex 5 ฟุต อีกประการหวงแหยแหย (พระอัยกา) ชมชอบคนที่เป็ดเผย หยางซวีแม้กระทำผิดมารยาทของ
ชุนนาง แต่ก็แสดงความบริสุทธิ้ใจ เป็นที่พอพระหัยของหวงแหยแหย”
จูเกาซุยเดินเคียงคู่กับมัน พลางกล่าวว่า “กล่าวไปหยางซวีเป็น ชุนนางสามรัชกาล แต่ว่าอายุยังเยาว์ รอจนหลานเราขึ้นเป็นฮ่องเต้ มัน ก็เป็นชุนนางห้ารัชกาล กอปรด้วยวัยวุฒิคุณวุฒิ เพียบพร้อมด้วยสติ
ที่นอนเป่าลม chilindoปัญญาความกล้าหาญ



my intex bedair story
ในราชนิเวศน์ หย่งเล่อฮ่องเต้ประทับอยู่เบื้องสูง ทรงสดับคำ รายงานที่นอนเป่าลมในรถจนจบความ กิโบกพระหัตถ์คราหนึ่ง เจ้าหน้าที่จุดรับส่งข่าวสาร ที่ส่งข่าวมารีบโขกศีรษะล่าถอยออกไป
เจ้าจ้าวอ๋องจูเกาซุยรีบกล่าวว่า “พระบิดา หยางซวีผู้นี้เหลวไหล มากแล้ว พระบิดามอบหมายหน้าที่ส์าศัญให้ มันกลับละทิ้งโดยไม่แยแส พาตัวเสี่ยงอันตรายเพราะสตรีนางหนึ่ง ต่อให้มันสามารถกลับมาโดย ปลอดภัย เรื่องราวพอเปิดเผยออกไป จะถูกผู้คนหัวร่อเยาะ หากขุนนาง ทั้งแผ่นดินลอกเลียนแบบ กระทำการตามอารมณ์ ละทิ้งแผ่นดินโดยรวม ที่นอนเป่าลมราชสำนักยังจะคงอยู่ได้อย่างไร?”
จูด้านจีที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้เจ้าชีวิตกิขมวดคิ้วกล่าวว่า “หยางซวีทำ
เช่นนี้ แสดงว่าไม่นึกถึงสถานการณ์โดยรวม”
จูเกาซุยกล่าวด้วยความยินดีว่า “ด้านจีอายุยังเยาว์ ยังรู้จักนึกคิด หยางซวีทำเช่น'นโม่ถูกด้อง แสดงว่าถึอดีที่เป็นที่โปรดปราน”
จี้กังพอฟัง ต้องกลอกตาวุ่นวาย ในใจคิดเอ่ยปากสอดดำ แต่ก็เห็น ว่าโจ่งแจ้งเกินไป หลังจากครุ่นคิดก็นึกได้อุบายหนึ่ง แสร้งเป็นกล่าวด้วย ความห่วงใยชาติบ้านเมืองว่า “กว๋อกงปลีกตัวไปยังแคว้นตาร์ตาร์ หากว่า ทางแดน
เหลียวตงเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงอันใด ก็ไม่มืผู้ใดตัดสินใจ หากว่า คลาดเรื่องสำคัญของราชสำนักจะทำอย่างไร?”
จูเกาซุ่ยกล่าวยํ้าว่า “พระบิดาไม่อาจปล่อยปละละเลย สมควรลง โทษหยางซวี มิให้ผู้อื่นถือเป็นเยี่ยงอย่าง”
หย่งเล่อฮ่องเต้ทรงพระสรวลออกมารับสั่งว่า “สั่นปากไม่คืนดำคือ วิญฌูชน ไร้นํ้าใจไร้คุณธรรมมิใช่ชายชาติ แล้วกันไปเถอะ ครั้งกระโน้น ยามอยู่หน้าพระพักตร์ไทํจู่ฮ่องเต้ หยางซวีมิใช่ละทิ้งหาบ ไล่กวดตาม สตรีของมันไป จนเป็นเหตุให้ราชองครักษ์อารักขาไท่จู่ฮ่องเต้ขาดไปคน หนึ่งหรอกหรือ คิดไม่ถึงผ่านไปหลายปี หยางซวีผู้นี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง นี่เรียกว่าวีรบุรุษยากผ่านด่านหญิงงาม”
หยุดเล็กน้อยจึงตรัสสืบต่อ “ไม่ต้องสนใจมันแล้ว ข้าความจริงมี ราชโองการถึงแดนเหลียวตงว่า หากเป็นเรื่องที่ไม่ทันขออนุญาต สามารถ กระทำการตามความเหมาะสม เมื่อหยางซวีไม่ไป ถึให้ผู้บัญชาการทั้ง สามคิดอ่านแก้ไขเอง ซุยเอ่อ ที่นอนเป่าลม โฮมโปรทำนบอกต่อว่าเรื่องการจัดพิมพ์ปทานุกรม หย่งเล่อดำเนินถึงขั้นใด?”
ในทัพกลางชองวาลา เซี่ยสินกล่าวกับฮ่อาฮหยินว่า “ระหว่าง ตาร์ตาร์กับวาลาใครผิดใครถูก สตรีนางนี้ทราบกระจ่างดี ด้าหมืงเราเมื่อ สอดมือเข้าไกล่เกลี่ย ย่อมต้องการทราบความจริง เพี่อตัดสินโดยยุติธรรม
ก๊ไม่อาจฆ่าสตรีนางนี้”
เหลาเปียวขุ่นแค้นยิ่ง กระชากเสียงว่า “เพราะเพื่อรักษาพยานปาก นี้ ท่านกลับฆ่าขุนพลของซนเผ่าเราหรือ?”
เซี่ยสินเหลือบมองซากศพเล้าปัแวบหนึ่ง กล่าวอย่างเฉื่อยซาว่า “หากไม่ตัดสินโดยยุติธรรม ตาร์ตาร์กับวาลาต่างไม่ยอมรับ วันหน้าต้อง เกิดข้อพิพาทที่นอนเป่าลม chilindoใหม่ เมื่อถึงเวลาเกิดการบาดเจ็บล้มตายมากมาย ตอนนี้ ฆ่าคนผู้นี้เพื่อรักษาพยานไว้ หาทางยุติข้อพิพาทของชนเผ่าทั้งสอง ถือ เป็นกุศลอันใหญ่



look at sofa intex
จี้โหยวหนันหัวร่อเย้ยหยันกล่าวว่าโซฟาเป่าลม lazada “วันนั้นเฉินอิงพอออกจาก กรมความมั่นคงแผ่นดิน ก็กลับสำนักตูฉาเอี้ยน หลังจากนั้นไม่เห็นมันมี ความเคลื่อนไหวใด ใต้เท้าทำงานให้กับฝ่าบาท ถือเป็นความชอบธรรม มันจะทำอย่างไรไต้ ย่อมต้องกลํ้ากลืนปีนทนแล้ว”
จี้กังยิ้มอย่างเหยียดหยามกล่าวว่า “เฒ่าผู้นี้มีแมือเพียงนี้เอง เรา กำลังรอมันตอบโต้กระบวนทำ มิคาดมันกระทั่งลมยังไม่กล้าผายออกมา” เพิ่งเอ่ยถึงตอนนี้ ไต้ยินเสียงปีนใหญ่สามครา ต่อจากนั้นกองกำลัง ขบวนหนึ่งเคลื่อนเข้ามา คนบนหลังม้าสวมหมวกใส่ชุดเกราะ ประดับ อาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดต่างๆ พอเข้าสู่สนามปีกข้อมปีมือ ก็แบ่งกำลังออก เป็นสามสาย สายหนึ่งไปทางข้าย สายหนึ่งไปทางขวา กระจายกำลัง เป็นรูปห่านป่า โอบล้อมสตรีซิ่วหนึ่บนลานปีกข้อมปีมีอไว้ ส่วนขบวนปีน โซฟาลม พกพา ราคาส่งไฟและมือดาบโล่ตรงมายังแท่นตรวจแถวทหาร ล้อมแท่นตรวจแถว ทหารไว้
จี้กังผุดลุกขึ้น นํ้าซาในถ้วยราดรดใส่มือยังไม่รู้สึกตัว ร้องโพล่งว่า “เป็นเรื่องราวใด?”
เห็นทั้งหน้าและหลังของแท่นตรวจแถวทหาร ยีนไว้ด้วยไพร่พล หลายร้อยนาย สายตายามกวาดมอง ใต้แท่นตรวจแถวทหารสะท้อน ประกายเย็นเยียบ กอปรเป็นดงดาบภูเขาทวน ต่อจากนั้นแว่วเสียงม้า ร้องก้อง ม้าพ่วงพีสีดำตัวหนึ่งควบขับมา แม่ทัพบนหลังม้าควบม้าตรง มาที่หน้าแท่นตรวจแถวทหาร พอรั้งดึงสายบังเหียน ม้าพ่วงพีก็หยุดนึ่ง ลง ราวกับหล่อหลอมจากเหล็กก็มิปาน
จี้กังเพ่งตามอง เห็นแม่ทัพบนหลังม้าสวมชุดเกราะสีดำ ไม่ว่า แผ่นเหล็กหุ้มหัวไหล่ ที่หุ้มข้อมือ และเส้นไหมที่ผูกชุดเกราะล้วนเป็น สีดำ กลืนเข้ากับม้าศึกที่ขับขี่ มีแต่พู่บนหมวกเหล็กเป็นสีแดงราวโลหิต เมื่อมองไปยังใบหน้ามัน ไม่ว่าเหนือคิ้ว สองแก้มล้วนถูกแผ่นโลหะบน หมวกเหล็กปีดบังไป
กว่าครึ่ง นอกจากเก้าอี้เป่าลมสายตาที่คมกล้าทั้งคู่แล้ว แทบ มองไม่เห็นอันใด
แม่ทัพนั้นกวาดมองจี้อังอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง จากนั้นพลิกตัวลง จากหลังม้า ทหารชั้นผู้น้อยยศเสี่ยวเสี้ยวนายหนึ่งวิ่งปราดมา คุกเข่าลง ข้างหนึ่ง แม่ทัพนั้นเหยียบลงบนหัวเข่ามัน แล้วทิ้งเท้าลงอับพื้น ชุด เกราะทั่วร่างขยับตังกราวใหญ่ ที่แท้ที่มันสวมใส่มิไข่เกราะหนังที่ทาสีดำ หากเป็นเกราะหนักที่หลอมจากเหล็กบรีสุทธิ้
แม่ทัพนั้นเดินอย่างองอาจขึ้นมายังแท่นตรวจแถวทหาร แล้ม้าใน มือเคาะใส่ฝ่ามือเบาๆ สายตาจ้องจับที่จี้อัง ไม่เอ่ยปากกล่าววาจา
จี้อังกวาดตาไปยังแท่นแวบหนึ่ง เห็นธงผืนหนึ่งโบกสะบัดต้านลม ปักอักษรดำ “เทียนเซ่อ” ต้องใจสั่นสะท้าน รีบวางถ้วยซาลงบนโต๊ะเตี้ย สาวเท้าออกไปแสดงความเคารพต่อแม่ทัพนั้นกล่าวว่า โซฟาเป่าลม“เฉิน...เฉินจี้อัง คำนับฮั่นอ๋องเตี้ยนเซี่ย”
แม่ทัพนั้นเงื้อแล้ม้าขึ้น คล้ายคิดหวดลง จี้อังที่น้อมคำนับอยู่เบื้อง หน้ากระทั่งหนังตายังไม่กะพริบ ยังคงรักษาท่วงท่าน้อมคำนับเอาไว้
แม่ทัพนั้นเงื้อแส้ขึ้น ตันแผ่นเหล็กเหนือคิ้วออก จากนั้นกระตุก สายรัดที่ใต้คาง เลื่อนแผ่นเหล็กที่ปีดบังข้างแก้มออก เผยเห็นใบหน้าที่ หล่อเหลาหากน่าเกรงขาม เป็นเจ้าฮั่นอ๋องจูเกาซวีเอง



intex thailand bedpool
ภรรยาintex thailandของหยางสี่เจี้ยเดินออกมา กระตุกแขนเสื้อมันเบา ๆ หยางสี่เจี้ยฉุกใจคิด กล่าวว่า ‘รีบจัดเตรียมข้าวของให้กับบุตรีเรา ตบแต่งออกไป”
ภรรยาของหยางสี่เจี้ยกล่าวอย่างงุนงงว่า “บุตรีเราเพิ่งอายุสิบ สาม ยังไม่ไต้หมั้นหมาย คิดแต่งให้กับผู้ใด?”
หยางลี่เจี้ยถลืงตาใส่ กล่าวว่า “ยังกลัวแต่งไม่ออกหรือ เราจะ เสาะหาครอบครัวลักครอบครัวหนึ่ง พรุ่งนี้แต่งออกไป”
พลางสาวเท้าหมายจากไป แต่แล้วหยุดยั้งลง หันมากำชับภรรยา ของมันว่า “ท่านป็ดปากให้สนิท อย่าไต้แพร่งพรายออกไป”
ภรรยาของหยางลี่เจี้ยตะกุกตะกักว่า “อย่างนั้น...หลานสาวเรา...” หยางลี่เจี๋ยกล่าวว่า “มีหมิงเอ้อ อยู่หลายราย ฟานอย่าได้
กระโตกกระตากไป รอจนหมั้นหมายบุตรีเราแล้วค่อยว่ากล่าว”
วันนี้หยางสี่เจี๋ยสิบเสาะมาถึงบ้านของเสี่ยวอิง นับตั้งแต่เสี่ยวอิงกับถูเหมินเป่าอินพำนักที่เมืองม่อหลิง ถูเหมืน เป่าอินสองแม่ลูกน้อยครั้งจะออกจากบ้าน เสี่ยวอิงกลับออกไปอยู่เสมอโซฟาเป่าลม intex Ultra Daybed Lounge เนื่องเพราะฮ่องเต้ทรงพระราชทานบ้าน
หลังนี้แก่พวกนาง พร้อมด้วยนา นํ้าอย่างดีหนึ่งร้อยบู่ (ไร่จีน) พวกนางเป็นเจ้าของที่ดิน ย่อมต้องออกไป พบปะชาวนาที่เช่าที่นาของพวกนาง ดังนั้นเสี่ยวอิงให้พ่อบ้านพาไปรู้จัก กับซาวนาที่เช่าที่นา
ถึงแม้ว่าแคว้นตาร์ตาร์ก็มีชาวบ้านที่ฑำไร่ไถนา แต่ว่าส่วนใหญ่ยึด อาชีพเลี้ยงสัตว์ เสี่ยวอิงคุ้นเคยกับกิจการเลี้ยงสัตว์ ตอนนี้ต้องทำความ เข้าใจกับการเกษตรให้มากไว้ เข้าวันนี้นางตระเตรียมไปยังที่นา เพิ่งจูง ม้าถึงประตูหน้า หยางสี่เจี๋ยกินำผู้ติดตามสองคนมาเยือนถึงถิ่น
หยางสี่เจี๋ยพอเข้าประตูมา ก็ประสานมือกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “แม่ นางเซี่ยคิดออกจากบ้านหรือ ขอแสดงความยินดีด้วย ฮาฮา...”
เนื่องจากครอบครองที่นาต้องชำระภาษี เสี่ยวอิงเคยติดต่อกับสี่ จ่างผู้นี้หลายครั้ง พอเห็นมันจึงกล่าว intex ที่นอนเป่าลม 3.5 ฟุต“ที่แท้เป็นหยางต้าสู (อาแซ่หยาง) แสดงความยินดีอันใด?”
หยางสี่เจี๋ยบอกกล่าวว่า “เรื่องราวเป็นเช่นนี้ ภายในวังกำหนด เลือกซิ่วหนี่ ในลิบหมื่นคนดัดเลือกเพียงแปดร้อย ผู้ที่ผ่านการดัดเลือก มีโอกาสขึ้นเป็นนางสนมฮ่องเต้ ด้วยรูปโฉมของแม่นางเซี่ยต้องไต้รับ เลือกแน่นอน ผู้อื่นเลือกซิ่วหนี่ ส่วนแม่นางเซี่ยต้องไต้รับเลือกเป็นนาง สนม เราต้าสูจึงแสดงความยินดีต่อท่านล่วงหน้า”
เสี่ยวอิงงงงันวูบกล่าวว่า “ฮ่องเต้ดัดเลือกซิ่วหนี่?”
ผู้ติดตามของหยางสี่เจี๋ยคนหนึ่งสอดคำขึ้น “ใช่แล้ว หญิงสาวที่
อายุสิบสามถึงสิบหกปี ยังไม่หมั้นหมาย...”
ไม่ทันขาดคำ ก็ถูกหยางลี่เจี๋ยถึบกระเด็นออกไป ด่าทอว่า “เจ้า ปากมากอันใด?”
เสี่ยวอิงพอยินคำพูดนี้ ต้องเม้มปากหัวร่อกล่าวว่า “หยางต้าสู ขอ บอกตามตรง ปีนี้ผู้อื่นอายุสิบแปดปีแล้ว ไม่เข้าเกณฑ์ที่วางไว้...”
หยางลี่เจี๋ยถลึงตาใส่ผู้ติดตามที่ปากมาก จากนั้นปีนรอยยิ้มทั่ว
ใบหน้า กล่าวว่า “เรื่องราวเป็นเซ่นนี้ ราชสำนักที่กำหนดอายุตั้งแต่สิบ สามถึงสิบหกปี เพราะตามกฎหมายของต้าหมิง สตรีที่มีอายุเกินสิบหกปี ยังไม่แต่งออก ต้องถูกปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนั้นสตรีที่อายุเกินสิบ หกปียังไม่หมั้นหมายมีน้อยกว่าน้อย ใช่แล้ว intex poolบ้านของพวกท่านย้ายมา จากเมืองต้าหนิงนอกด่าน อาจไม่ทราบเรื่องนี้”
หยางลี่เจี๋ยกลืนนํ้าลายคำหนึ่งแล้วกล่าว “เพราะเหตุนี้อายุมิใซ่ เงื่อนไขที่ต้องถึอปฏิป้ติ ประการสำคัญคือยังไม่หมั้นหมาย แม่นางเซี่ย ยังไม่หมั้นหมายกระมัง?”



GOOD reviews bedair
มหาโจรเช่นเฉินจู่ลี้ ขอให้ท่านช่วยปลอบโยนพี่น้อง บนเกาะแก่งคู่ อย่าได้เสียขบวนไปเอง สุนัขจิ้งจอกเฒ่าเช่นเฉินอิงจงใจ สร้างความสำบาก อาจที่นอนเป่าลม lazadaคิดกระตุ้นให้เกาะแก่งคู่ซูธงลุกฮือขึ้น เมื่อเข้า ร่วมกับราชสำนัก หากยังกบฏอีก ก็ไม่ได้รับการยกเว้นอีกแล้ว”
ซูอื่งแม้มีโทสะ ถึงอย่างไรต้องนึกถึงสามี จึงกล่าวอย่างขุ่นเคือง แง่งอนว่า “ดูท่าน ข้าพเจ้ายังจะยุยงพี่น้องเกาะแก่งคู่กบฏหรือ เพียงแต่ ยามอยู่เบื้องหน้าท่าน ข้าพเจ้าค่อยระบายอารมณ์ออกมา ส่วนผู้คนที่มา จากเกาะแก่งคู่ ข้าพเจ้าล้วนเกลี้ยกล่อมให้พวกมันสะกดอดกลั้น แต่ว่า ท่านสมควรหาหนทางให้กับพวกมัน เมื่ออวี้ซื่อจี๋ทำการตรวจสอบเช่นนี้ ซาวบ้านบนเกาะแก่งคู่จำนวนมากแทบไม่อาจดำรงชีพอยู่ได้
“ยังมีกองเรือของพวกเราก็ได้รับผลกระทบ ระหว่างนี้ท่านมักออก ที่นอนเป่าลม tv directไปปฏิบ้ติภารกิจ ไม่อาจเหลียวแลเกาะแก่งคู่ บอกต่อท่าน เมื่อวันก่อน เซื่ยเซื่ยสอบบัญชีดู พบว่าตั้งแต่ด้นปีถึงตอนนี้ รายได้ด้านการค้ากับโพ้น ทะเลลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ยัง ถูกอวี้ซื่อจี๋ก่อกวน พอถึงปลายปีเกรงว่าพวกเทไม่มีบ้ญญาเลี้ยงดูผู้คน มากมายถึงเพียงนั้น”
เซื่ยสินผงกศีรษะกล่าวอย่างจริงจังว่า “เรื่องของเกาะแก่งคู่ลู
เหมือนรวบรัดธรรมดา หากจัดการไม่ดี อาจกลายเป็นภัยร้ายแรง อย่าง นั้นจะส่งผลกระทบต่อพวกเราอย่างรุนแรง เราจะไปคิดอ่านหาหนทาง” ชูอิ่งเห็นมันพอกล่าวจบก็คิดจากไป ต้องเกิดความคับแค้นเคือง ขุ่น บิดกายกล่าวว่า “ท่านมาหาผู้อื่น เพียงกังวลสนใจแต่เกาะแก่งคู่ พอ สนทนาจบก็จากไป หาใสใจผู้อื่นไม่”
เซี่ยสิน'ฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า “กู่ไหนไหน (ฟานย่า) ของเรา นี่กล่าว เริ่มจากที่ใด ท่านมิใช่ไม่ทราบว่าเซี่ยงกงท่านวุ่นวายเพียงไหน ที่นอนเป่าลม intex 6 ฟุตเอา เถอะ...”
พลางยื่นหน้าถึงข้างใบหูซูอื่ง กล่าวว่า “อื่งเอ๋อไม่ต้องร้อนรุ่ม รอ จนเราเซี่ยงกงสะสางเรื่องราวจะกลับมา คืนนี้เราเซี่ยงกงตกลงใจค้างที่ ห้องของ
ท่าน เมื่อถึงเวลาเกรงว่าท่านขุ่นข้องรำคาญ ยังกลัวเราเซี่ยงกง ไม่รักท่านหรือ?”
สตรีไม่ว่าอายุเพียงไหน ยังซมชอบให้บุรุษของคัวเองประเล้า ประโลม เที่ยสินพอเรียกหาอิ่งเอ๋อ ซูอื่งก็บังเกิดความวาบหวามใจ กล่าวว่า “จึงไม่พีสมัย” ดวงตากลับทอแววยินดี
เซี่ยสินหัวร่อเฮอะฮะกล่าวว่าที่นอนเป่าลม intex 3.5 ฟุต “คืนนี้อื่งเอ๋อชำระล้างให้หมดจด แล้ว รอคอยเราเที่ยงกงเถอะ เมื่อถึงเวลาพวกเราจะ...”
ล้มเสียงยิ่งมายิ่งแผ่วเบา ซูอื่งรับฟังจนใบหูร้อนผ่าวหัวใจเต้นแรง ทั้งอับอายทั้งกระดาก ถสีงตาใส่เที่ยสิน ท่าท่าเตะใส่เที่ยสิน ลักษณะที่ คัดพ้อต่อว่าของหญิงสาวปลาสนาการสิ้น กลับคืนสู่ความองอาจของนาง โจรสลัดทะเลตงไห่ ร้องว่า “อย่าไต้คิดหมายไป หากยังเล่นลวดลายที่ไม่ อาจบอกกล่าวกับผู้คน ดูว่าคืนนี้มารดาจะหักทวนทมิฬของท่านหรือ ไม่?”
ปากกล่าวอย่างดุร้าย ดวงตาทั้งคู่กลับหยาดเยิ้มปานจะหยด...



big c review intex
เด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดคนหนึ่ง ลืมตากลมโตมองดูเชั่ยสิน เอ่ย ปากถามไถ่ ล้มเสียงของมันกลับเป็นล้มเสียงของสตรี
นายทหารที่นอนเป่าลม บิ๊กซีชั้นผู้น้อยที่แต่งเครื่องแบบของทัพหมิงคือเสี่ยวอิง ชั่ง มีชื่อจริงว่าอูหลันถูยา
ค่ายที่อยู่ในความดูแลของฮู่อาฮูหยินพอถูกโจมตี อูหลันถูยาที่ ปลอมตัวเป็นบุรุษก็ฉวยโอกาสที่วุ่นวายออกจากซนเผ่า สืบเสาะมายัง ค่ายของหม่าฮามู่ แต่ว่าภายในค่ายรักษาการณ์อย่างแข็งขัน ไม่สามารถ ปะปนเข้าไป ดีที่หม่าฮามู่นำกำลังที่แตกพ่ายหลบหนีกลับมา เสี่ยวอิงจึง ติดตามพวกมันเข้าชนเผ่า ต่อจากนั้นแปลงร่างกลายเป็นทหารหมิงนาย หนึ่ง
เซี่ยสินเคาะโต๊ะพลางกล่าวว่า“หลังจากนี้เราคิดพบหน้ามันลักครา” เสี่ยวอิงลืมตากลมโตกล่าวว่า “ท่าน...คิดพบหน้ามัน พบหน้ามัน ท่าอะไร คง
ไม่ฉวยโอกาสฆ่ามันกระมัง หากว่าหลังจากพบหน้า ชาววา ลาเกิดความตื่นตัวซ่อนมันเอาไว้ ไยมิใช่ไก่บินหนีไข่กิแตก หรือ?”
เซี่ยสินยิ้มพลางกล่าวว่า “ฆ่ามันท่าอะไร สำหรับคนผู้นี้ เราย่อมมี แผนการใช้สอย ท่านไม่จำเป็นต้องทราบแล้ว”
ตอนนี้เชียสินไม่ระแวดระวังเสี่ยวอิงเช่นก่อน มันมีความรู้สึกว่า เสี่ยวอิงไม่ผูกใจเจ็บแค้นมัน ไม่ผลักผลการเสียชีวิตในสมรภูมิของบิดา ของนางมาที่มันอีก ตังนั้นหลังจากที่ล่วงที่นอนเป่าลม tv directรู้ศักดิ'ฐานะของนาง ยังกล่าว ล้อเล่นกับนาง
เสี่ยวอิงพอฟัง ต้องเกิดความขุ่นข้องใจขึ้นมา กล่าวว่า “ข้าพเจ้า ไม่ต้องร้บทราบ ท่านพอใช้สอยแล้วเสร็จ กิคิดปลดจากเครื่องโม่ฆ่าลาทิ้ง หรือ?”
เชียสินมองดูลาที่สวยงามเบื้องหน้า ต้องกลั้นหัวร่อเอาไว้ เสี่ยวอิงลองนึกดู กิเห็นว่าใช้สุภาษิตไม่ถูกต้อง จึงเปลี่ยนเป็นกล่าว ว่า “เมื่อกระต่ายตายหมดสิ้น กิคิดจับสุนัขต้มกินหรือ?”
เจ้าจื่อจินที่ต้านข้างหัวร่อออกมา ส่งเสียงกระแอมกล่าวว่า “เรา เห็นว่าใช้คำข้ามแม่นํ้ารื้อสะพานทิ้งจะเหมาะกว่า”
เสี่ยวอิงค้อนมันวงหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าพเจ้านึกไค้แล้ว มิต้องให้ ท่านบอกกล่าว”
ที่หน้าประตูกระโจม เฟยเอ่อเว่ยกระซิบบอกต่อซิงเหลยว่า “ฟัง ที่นอนเป่าลม intexว่าแม่นางน้อยนี้เป็นตู่ขาของใต้เท้า สุดท้ายถูกทิ้งขว้างไป...”
ซิงเหลยถลึงตาใส่มัน กล่าวว่า “ท่านไต้ยินผู้ใดว่ากัน?”
เฟยเฮ่อเว่ยกล่าวว่า “ผู้แทนพระองค์เจ้าเคยรำพึงกับตัวเอง ถูก เราแอบไต้ยิน”
ซิงเหลยแบะปากกล่าวว่า “เหลวไหล ท่านตูแม่นางนั้นหางตาไม่ เปลี่ยนแปลง หัวคิ้วสดใส ช่วงคอเรียวงาม แผ่นหลังตั้งตรง แสดงว่ายัง เป็น
สาวบรีสุทธิ้ ไหนเลยถูกผู้คนทิ้งขว้างมาก่อน”
เฟยเอ่อเว่ยกล่าวว่า “คงไม่กระมัง กระทั่งเรื่องนี้ท่านก็ทราบ?” ซิงเหลยยิ้มพลางกล่าวว่า “พวกเราประกอบอาชีพนี้ ไม่ว่าเรื่องใด ควรท่าความเข้าใจไว้บ้าง ไม่แน่ว่าอาจใช้เป็นประโยชน์ ความสามารถ ในการตูลักษณะคนนี้ เราเรียนรู้จากหวังมามา แห่งหอสุขสำราญ”
พลางเหลียวมองในกระโจมแวบหนึ่ง ลดสุ้มเลียงแผ่วเบาลงกล่าว ว่า “ที่ว่าไต้ครอบครองที่นอนเป่าลม intex 6 ฟุตถูกทิ้งขว้างไม่แน่นัก แต่ว่าท่านตูพวกมันชายหู ชายตาไปมา เป็นลักษณะของเป็นชู้ทางใจ”



two inflatable sofa
ชย่าอวี้จนจนวาจาไปชี'วขณะ
เอื่ยเจามองลำคอของเจ้าเมืองนครหลวงแล้วหรื่ตาลงอย่างไม่พอใจ เอ่ยทืเล่นทืจริง
“ใด้เห้าเหอ ในเริอนของท่านดูเหมือนจะเลี้ยงสุนัขไว้ไม่น้อย หากข้า อยากลอบเข้าไปปาดคอท่านกลางด้ก รับรองว่าไม'ทิ้งร่องรอยไว้เช่นกัน จะทดสอบดูหริอไม่’
เจ้าเมืองนครหลวงรู้สึกเสียววาบที่โซฟาเป่าลม พกพาลำคอกะทันหัน เขาเอ่ยพลางยิ้มอย่าง จืดเจื่อน
"คือว่า...ท่านแม่ทัพมืวรยุทธ์สูงส่ง ไม่จำเป็นต้องทดสอบ ข้าก็เชื่อขอรับ"
เยี่ยเจาถามอีก
"เหตุใดท่านไม่เชื่อว่าคนที่กังหารช่างใหญ่หสี่ก็เป็นยอดผิมือเช่นกัน"
เจ้าเมืองนครหลวงพูดตะกุกตะกัก
"ขะ...เขาเป็นแค่คนตั๋าด้อย'ไม่สลักสำคัญอะไร ผู้ใดจะใข้ยอดผิมือมา จัดการเขาขอรับ"
ความคืดหนี้งสว่างวาบขนในห้วงสมองของซย่าโซฟาเป่าลม intex 68564อวี้จื่นฉับพลัน เขาเอ่ย
อย่างร้อนรน
"หากมีคนให้เขาปลอมแปลงของสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ จากนั้นฆ่า คนปิดปากล่ะ อาเจา เจ้าพูดว่าคณะทูตตงชย่าอาจมีแผนการร้ายอะไร บางอย่างอยู่มิใข่หรือ หากแผนการที่พวกเขาวางไว้คือเอาของปลอมชิ้นนี้มา ทำเรื่องไม่ดีล่ะ"
ยอดช่างเลียนแบบผู้หนึ่งกับของสำคัญซึ่งเป็นของปลอมตบตาชิ้นหนึ่ง จะก่อเรื่องใดชิ้นได้ ทุกคนคิดไปแล้วพลันขนลุกชันอยู่บ้าง เยี่ยเจาพูดอย่างขงชัง "เรื่องนี้กันไว้ดีกว่าแก้ ต้องลีบให้ถึงที่สุด"
องค์หญิงฉางผิงถามอย่างลังเล "อวี้จิ่น เรื่องนี้เจ้าตั้งใจจะ...”
ซย่าอวี้จิ่นกล่าวด้วยล้มเลียงแน่วแน่เด็ดขาดที่สุด "ข้าจะร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมให้เขาเอง!"
เยี่ยเจาเดินเข้าไปยืนข้างกายเขาด้วยลีหน้านิ่งสนิท
ปกติไม่มีผู้ต้องสงสัยคนใดวิ่งออกไปสืบคดีด้วยตัวเอง ทว่าจักรพรรดิ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายของเรื่องนี้ พระองค์จีงหสับตาข้างหนึ่งสืมตา ข้างหนึ่ง ไม่เอ่ยอนุญาตและไม่เอ่ยว่าไม่อนุญาต เพียงถอนคำลังกักบริเวณ ปล่อยให้ซย่าอวี้จิ่นไปไหนมาไหนได้ตามชอบใจ
เจ้าเมืองนครหลวงที่นั่งเป่าลมพกพา
ก็ฉลาดหัวไวยิ่ง ปฎิบัติตามคำสั่งทันควัน พาคน ทั้งลองไปที่ห้องผ่าศพ ให้พวกเขาตรวจดูศพของช่างใหญ่หลิ่
ในห้องผ่าศพล่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล เยี่ยเจาสาวเท้าปราดๆ เข้าไป โดยหน้าไม่เปลิ่ยนสิ เดนไปสองก้าวเห้นด้านหลังไม่มืคนตามมาก็หันหน้าไป เห็นซย่าอวี้จนหน้าริ}ด เอามืออุดจมูก ใกล้จะอาเจียนรอมร่อ นางจึงหยุด TI เท้าลง แสร้งทำท่าชมทิวทัศน์ข้างทางไปพลางรอเขาไปพลาง
ผ่านไปพักใหญ่ชย่าอวี้จิ่นหายใจได้เปีนปกติตังเติม เขามองภรรยาที่ กำลังสำรวจดูศพด้วยทำทางผ่อนคลายสบาย ๆ พาโซฟา เป่า ลม 2 คน นั่งให้รู้สึกเสียหน้า ต้องกัดฟัน



sofa sell
■ต่อให้เจ้ามืเปลอกนอกเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ทรงเก็ยรติน่าเกรงขาม โซฟาลม ราคาถูกแต่ เนื้อแห้ยังเป็นอันธพาลไร้ยางอายคนหนิ่ง"
เยื่ยเจาเลีย'ริมปีปาก กล่าวอย่างถวิลหา
'ถึงอย่างไรข้าก็เคยเป็นอันธพาลมาหลายปีอย่างนั้น บางครั้งข้าท็ อยากระลึกความหลังบ้าง"
"เจ้ายังกล้ายอมรับอีกรึ' ซย่าอวี้จิ่นยิ่งโมโห ‘เชื่อหรึอไม่ว่าข้าจะบอก...
เขาพูดไปๆ ล้มเอียงก็เบาลงทุกที ไม'รู้ว่าจะพูดต่ออย่างไร นางจึง เอ่ยเตือนด้วย 'ความหวังตื'
“ท่านจะบอกคนยิ่นว่าภรรยาท่านเป็นอันธพาลบาก อีกทั้งท่านยัง ถูกนางปลํ้าจูบและแทะโลมด้วยอย่างนั้นหรือ"
เรื่องพรรค์นี้จะมีบุรุษคนใดมีหน้าเอ่ยถึง
ซย่าอวี้จิ่นได้แต่นี้าท่วมปาก โซฟาเป่าลมมีความทุกข์หากแต่พูดไม่ออก
เขาปลอบใจตัวเองไม่หยุดว่าถึงอย่างไรเขาก็มีอนุภรรยาและเมียบ่าว หลายคน ไปหอคณิกาเรือสำราญกอดจูบลูบคลำสตรีบ่อย ๆ จนมีประสบการณ์ โชกโขน บัดนี้เพียงตกเป็นฝ่ายถูกภรรยาลวนลามบ้าง นับว่าไม่เลียเปรียบ มากนัก
"เป็นชายอกสามศอก อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพรรค์นี้เลย"
เยิ่ยเจารู้ตัวว่าเป็นเพราะตัวเองดื่มสุรา เลยกระทำเรื่องที่ขาดความยับยั้ง ชั่งใจไปลักหน่อยและไม่สุขุมเยือกเย็นพอ ทว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ถึงอย่างไร นางก็ฉวยโอกาสลวนลาม ทำตัวเป็นอันธพาลไปแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลง เรื่องที่เกิดขึ้นได้อีก
นางจะจับตัวเขามาลานต่อให้คืบหน้าไปอีกขั้นก็ไม่เป็นบัญหา ทว่าดู เหมือนเขาไม่ชอบถูกแทะโลม ครั้นจะทำให้เขาโมโหเกินไปก็ดูเหมือน ไม่เป็นการดี เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องอยู่ด้วยกัน
ซย่าอวี้จิ่นเห็นนางยืนคิดคำนึงอยู่ที่เดิมก็เอ่ยอย่างขัดเคืองใจ
''ไปให้พ้น!''
"ได้ ท่านเองก็รีบไปพักผ่อนเช่นกัน"
เยี่ยเจาไม่ยั่วโทสะอีกฝ่ายต่อ หมุนกายเดินโซฟาลม พกพา ราคาเอ้อระเหยกลับไปเข้านอน โดยไม่เหลียวหลัง
นางเล่นสนุกกับเขาพอแล้วก็จากไปอย่างนี้?
ชย่าอวี้จนอ้าปากด้าง มองแผ่นหลังนางห่างออกไปเรื่อย ๆ
เขากำหมัดชกใส่ด้นไทรข้างกายอย่างฉุนเฉียว จากนี้นก็เอามือกุมกำปัน ไว้ เจ็บปวดจนแทบนํ้าตาไหลออกมา
ที่หมู่บ้านไม่ไกลจากกองทัพนครหลวงมีเรือนเล็กหลังหนึ่ง ด้านในปลูก ต้นห้อไว้สามด้น แผ่กิ่งก้านรกครึ้มยื่นออกมานอกกำแพงซึ่งมืสุนัขล่าเนื้อเปีน ขี้เรื้อนบนหลังตัวหนึ่งกำลังอาบแสงตะวันยามเข้า แทะกระดูกอย่างเอเดอร่อย
เลียงปีเท้าม้าห้อตะบึงถี่รัวตังแว่วมาระลอกหนึ่งก่อนจะกระขันใกล้ เข้ามาอย่างรวดเร็ว
สุนัขล่าเนื้อตกใจ ทะลึ่งตัวขี้นมาเห่ากระโชกอย่างบ้าคลั่งเพื่อปกป้อง กระดูกของมันด้วยวิญญาณนักสู้เต็มเปียม
อาชาลีขาวปานหิมะยกขาหน้าขึ้นตะกุยอากาศแล้วหยุดลงตรง เบื้องหน้ามัน
สุนัขล่าเนื้อโก่งหลังโซฟาลม พกพา ราคาส่ง ยกหางตั้งขึ้น แสยะเขี้ยวแหลมคมมืนํ้าลายไหลย้อย ส่งเลียงคำรามตํ่าในลำคอ ทว่าอาชาลีขาวกลับแผดเลียงร้องอย่างเย่อหยิ่ง บนหลังของมัน เสื้อคลุมลีคำสนิทแผ่กางออกตามแรงลมพร้อมชุดทหารลีแดง



NEW STORY SOFA
ก็ไม่ปาน บันดาลให้รูปโฉมซึ่งเดิมทืจัดอยู่ชั้นสามัญถึงกับงามขึ้นหลายส่วน เซวียนเอ๋อร์ก็ปรี่เข้าไปอย่างไม่ยอมน้อยหน้า แต่นางเพิ่งล้วงผ้าเช็ดหน้า ออกมาก็ถูกเหมยเหนียงซึ่งประคองสุราอุ่นไว้จอกหนึ่งวิ่งแซงหน้าไป ขนนางโซฟาลม พกพา pantip กระเด็นไปด้านข้างก่อนจะเอ่ยเลียงอ่อนเลียงหวาน "ท่านแม่ทัพ ดื่มสุราลักจอกนะเจ้าคะ"
เชวียนเอ๋อร์โกรธหัวทัดหัวเหวี่ยง กลึงตาใส่เหมยเหนียงอย่างดุดัน หลายคราถึงได้เปลี่ยนลีหน้าเป็นยิ้มแย้มขวยเขิน พูดด้วยนํ้าเลียงนุ่มนวล ''ท่านแม่ทัพ พักผ่อนลักครู่เถอะเจ้าค่ะ"
ปกติเขาอยู่บ้านไม่เคยเห็นอนุภรรยาและเมียบ่าวช่วงขิงกันเป็นที่ โปรดปรานเช่นนี้
ซย่าอวี้จิ่นมองอย่างงุนงง คล้ายจะบังเกิดอุปาทานว่าจับชู้ได้อยู่ลักหน่อย เยี่ยเจาเก็บกระบี่ขึ้น ผละจากหญิงงามเดินรี่เข้าไปหาเขา พูดอธิบาย อย่างละอายใจ
"ข้าหิวแล้วเลยกินไปก่อนนิดหน่อย"
ซย่าอวี้จิ่นชี้ไปทางพวกหยางซื่อ ชี้หน้านาง แล้วค่อยชี้ตัวเอง อันว่าความรู้ยามถึงคราวต้องใช้ถึงนึกชังว่าเรียนมาน้อยไป เขาคิด อย่างไรก็คิดไม่ออกว่าจะใช้ถ้อยค่าใดมาบรรยายความรู้สึกลับสนปนเปของ ตัวเองในเวลานี้
ที่นอนเป่าลม 6 ฟุตเยี่ยเจาเช้าใจความหมายของเขา รีบขอขมา "ตอนที่เนื้อแพะมาถึง พวกนางมาคารวะช้าพอดี ช้าเลยตัดสินใจโดย พลการ พวกนางกินเนื้อแพะของท่านได้ไม่กี่ชั่งหรอก เป็นเด็กดี อย่าใจแคบ" ซย่าอวี้จิ่นหน้านี้ง นึกอยากตัดขาดกับภรรยาหลวง อนุภรรยา และ
เมืยบ่าวที่คบชู้สู่ชาย สมรู้ร่วมคิดกันหมายจะยั่วโมโหเขาให้ตาย จากนั้นก็ ขับไล่ไสส่งออกไปให้หมด
เยี่ยเจารู้ตัวว่าตนพลั้งวาจาไปก็ฉุดมือเขาเดินไปทางศาลา เสหัวเราะ กลบเกลื่อน
''ขาหยาบคายจนเคยตัว อย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย ข้าเหลือเนื้อแพะส่วน ที่ดิที่สุดไว้ให้ท่าน แล้วที่พวกนางดื่มก็เป็นเหล้านํ้านื้ง มิใช่นารีแดงที่ท่านเอา กลับมา อีกประเดี๋ยวข้าจะอุ่นให้เองกับมือแล้วดื่มคารวะท่านลามจอก"
หยางซื่อเห็นจวิ้นอ๋องจะดื่มสุราพูดคุยกับท่านแม่ทัพเพื่อปรับความ เข้าใจกันก็ยินดีจนแทบจะออกนอกหน้า นางรีบเอาเท้ายันเหมยเหนียงทืหนึ่ง เป็นเชิงเตือนพลางดึงตัวเซวียนเอ๋อร์ที่หัวข้ากว่า โซฟาเป่าลม intex 68564ยังคิดจะกุลีกุจอไปรินสุรา ให้คนทั้งสองออกมา ก่อนจะกล่าวขอตัวออกไปอย่างลุกลน
ทุกคนกลับไปยังเรือนของตนพร้อมกันแล้วจุดธูปคนละดอกสองดอก ไหว้เจ้าแม่บุพเพสันนิวาส ขอให้คุ้มครองคนคู่นั้นอยู่กันสองต่อสองแล้วความ สัมพันธ์ดีขึ้นโดยไว อย่าได้หาเรื่องตกลงหย่ากันเด็ดขาด และขอให้คุ้มครอง พวกนางให้มั่งมืศรีสุขไปตลอดชาติ
ซย่าอวี้จิ่นดิ้นขัดชินอยู่หลายครั้งก็ดิ้นไม่หลุด ถูกกดตัวลงนั่ง หลังจาก กรอกสุราเลิศรสลงท้องลองจอก เขานึกถึงหนังสือหย่าก็พาให้สติแจ่มใส ขึ้นบ้าง และคิดได้ว่าภรรยาจะรูปงามแต่ไหนก็เป็นสตรีผู้หนึ่ง ไม่อาจคบชู้กับ อนุภรรยาและเมียบ่าวได้เด็ดขาด หมวกบนศีรษะตัวเองยังคงเป็นสืนํ้าเงิน มิได้แปรเปลี่ยนเป็นสิเขียว,, เขาก็สบายใจขึ้นบ้างในที่สุด
เยี่ยเจาดึงกริชคมกริบเล่มหนึ่งมาจากเอว ตวัดมือฉวัดเฉวียนแล่เนื้อแพะ โซฟาเป่าลม lazadaออกมาเป็นแผ่นบางดุจปีกจักจั่นแล้วคลุกกับเครื่องปรุงรสเช่นนํ้ามันงา ต้นหอม กระเทียม และอื่นๆ จากนั้นก็ถือไปวางลงเบื้องหน้าเขากับมือ กุลีกุจอ



OH MY BED
"ดูเหมือนไม่เคยเห็นในหอคณิกาแถวแม่นํ้าฉินมาก่อนเลย ให็คนเรอ แล่นเรือเข้าไปใกล้ๆ สิ จะได้ดูให้เต็มตาอีกทื"
ที่นอนเป่าลม lazadaพวกเขารืบร้องชวนทุกคนให้มาดูหญิงงาม ซํ้ายังผิวปากหยอกเย้านาง ด้วย
เยี่ยเจาก็เดินไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นเข่นกัน นางเห็นเรือสำราญ ใหม่เอี่ยมอยู่ไม่ไกล กำลังแล่นเข้ามาหาพวกตน
บนหัวเรือมีสาวงามหลายคนยืนห้อมล้อมคนงามซึ่งสวมเสื้อคลุมหนัง ขสิบรืมด้วยขนจิ้งจอกสิขาว ยืนตระหง่านกลางผู้คน แลดูสง่าโดดเด่น เล้นผม ดำขลับที่มัดรวบไว้ง่าย ๆ ถูกลมตีหลุดรุ่ยร่ายลงมาหลายปอย รอจนเรือล่าราญ แล่นมาใกล้ พอจะเห็นผิวกายเรืยบเนยนดุจหยกงามได้รำไร และดวงตาลีดำ ทอประกายระยืบระยับใด้โคมไฟ
แม้เห็นรู!]หน้าไม'ชัดเจน ทว่าอาลัยเพียงรัศมีสูงลักดื่ที่แผ่ออกมาทั่ว ทั้งสรรพางค์กายก็ข่มให้หญิงคณิกาชื่อดังทั้งหมดกลายเป็นหญิงงามดาษดื่น ได้ พวกขี้เมาล่งเลียงผิวปากต่อไปอย่างทะลงตีงดังหมายจะแทะโลม เอี่ยเจามองอยู่ครุ่หนงแล้วกระแอมที่นอนเป่าลม intex 6 ฟุตไอเลียงหนักๆ ■หยุดผิวปากได้แล้ว นั่นสามีข้าเอง"
รูปโฉมโนมพรรณของนักพรตหญิงอารามเขาหนาวเหน็บจัดได้ว่า งามเข้าขั้น ผิวกายนุ่มละมุน นัยน์ตาเย้ายวนชวนฝัน กรยาอ่อนข้อย สุ้มเสียง ออดอ้อน พอได้สวมอาภรณ์ผ้าไหมหรูหราและเครื่องประดับอัญมณื ความงามยิ่งฉายชี'ดเพิ่มขั้นสามส่วน
นอกจากนี้ด้วยชีวิตกลางภูเขายากจนข้นแค้น ไร้อนาคต พวกนางจง รักเงินทองยิ่งกว่าใครๆ เมื่อซย่าอวี้จิ่นหว่านเงินเป็นเบี้ยอย่างมือเติบ แต่ละ คนล้วนกระติอร้อร้นจนออกนอกหน์า แสดงท่าไม'หวั่นเกรงความตายและ ไม่หวาดกลัวท่านแม่ทัพ ชม้ายชายตายั่วยวนได้น่าหลงใหลยิ่งกว่าหญิงคณ์กา ที่นอนเป่าลม fridayแม่นํ้าฉินเสียอีก จงยากจะโทษพิ่พวกชายฉกรรจ์ห่ามห้าวบนเร้อสำราญของ แม่ทัพใหญ่จะพากันผิวปากตบมือ จ้องเขม็งจนลูกตาแทบถลนออกมา นอกเบ้ารอมร่อ
ชย่าอวี้จนพงพอใจอย่างมาก เขาให้เรัอสำราญแล่นเข้าไปใกล้ขั้น
อีกอย่างอวดตักดา หมายให้ทุกคนเห็นได้ชัดถนัดตาว่าหนานผิงจวิ้นอ๋องเสเพล เจ้าสำราญ ลุ่มหลงนารี มีสตรีอยู่ในอ้อมแขนทั้งซ้ายขวาไม่น้อยหน้าภรรยา แม้แต่น้อย
ไม่คาดว่าพอเรีอสำราญอยู่ใกลกัน เขาก็ต้องประหลาดใจมากเมื่อ พบว่าคนบนเรือสำราญฝังตรงข้ามที่ผิวปากพวกนั้นหุบปากเงียบกันหมด ส่วนเยยเจายืนผงาดอยู่กลางกลุ่มคน ที่นอนเป่าลมมองดูเขาอย่างไม่ละลายตา สิหน้านาง บูดบึ้งอยู่บ้าง พาให้บรรยากาศต้งเครียด
ใช่เลย! ผลลัพธ์เช่นนี้แหละที่เขาต้องการ!
ซย่าอวี้จิ่นกอดสาวงามอย่างดีอกดีใจ วางท่าผยองพองขนเต็มที่ มีขี้เมาคนหนึ่งขยับเข้าไปเอ่ยกับเยี่ยเจาสองลามคำเบา ๆ ก่อนที่นางจะ กระดิกนิ้วเรียกเขาเป็นเชิงบอกให้เอาเรือสำราญเข้ามาใกล้ขึ้นอีก



bed is good
พี่สะใภ้รู้หนังลีอและมีเหตุมืผล อ่อนโยนเป็นศรีภรรยา ท่านย่อมพูดได้ อย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจเป็นรรรมดา" ซย่าอวี้จิ่นหันหน้าไปโต้กลับเสียงห้วน โซฟาลมพกพาอย่างขุ่นเคือง ทว่าสีหน้าดืชื้นบ้างเล็กน้อย •สำหรับเยี่ยเจานั่นก็เป็นแม่ทัพของ นางไปตามสบายเถอะ ข้าไม่มีวันยอมรับเด็ดขาดว่าคนพรรค์นั่นเป็นสตรี!” •คนพรรค์ไหนกัน, ซย่าอวี้เขวยขมวดคิ้วดุ •นางปราบปรามขาวหมานจน จนลือลั่นไปทั้งโม1เป่ย เป็นขุนนางที่มีความชอบโดดเด่นเหนือใครในต้าฉิน ทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิอย่างมาก ถึงเจ้าจะเหลวไหลสิ้นคิด เพยงใดก็ไม่ลมควรเสียมารยาทเข่นนี้ ปลงซะเถอะ ยงกว่านั่นก็ไม่แน่ว่านาง จะมิใข่ศรีภรรยา!”
เมื่อสีหน้าบงตงของน้องขายผ่อนคลายลงเล็กน้อย ที่นอน เป่า ลม โฮม โปรซย่าอวี้เชวี่ยคิดจะ ตีเหล็กเมื่อยังร้อน จะกล่อมอีกฝ่ายให้อารมณ์เย็นลงต่อไป
ไม่คาดว่าห่างไปไม่ไกลนักมีลูกหลานเสเพลของเชื้อพระวงศ์ซึ่งเคยถูก ชย่าอวจนรังแก พวกเขายักคิ้วหลิ่วตาให้พลางตะโกนใส่
•แม่ทัพเยี่ยรูปงามกล้าหาญชาญชัย หนานผงจวิ้นอ๋องก็งามสะคราญ ปานบุปผาคุจจันทรา ลมดั่งคำว่าสตรีเก่งกาจบุรุษโฉมงาม เป็นคํลร้างคํลม กันโดยแห้! วันหน้าภรรยาเป็นผู้น่า สามีเป็นผู้ตาม เป็นที่กล่าวขานสคุดืไป ชั่วกาลนาน!"
ซย่าอวี้จนเก็ดมามีใบหน้าสวยงาม การถูกผู้อื่นยกเรื่องรูปโฉมมากล่าว ล้อเล่นเป็นเหมีอนคำต้องห้ามร้ายแรงที่นอนเป่าลม lazadaที่สุดของเขา ทุกถ้อยทุกคำเหล่านั่น ประหมื่งดาบคมกรีบสุดจะเปรียบ แทงเข้าจุดอ่อนแอที่สุดกลางใจเขา อย่างถนัดถมื่จนโลห้ตหลั่งรีนเป็นลาย
ซย่าอวี้เชวี่ยแข็งใจพยายามพูดปลอบ
มีไต้ยาแย่ถึงเพยงนั่นหรอกที่นอนเป่าลม intex 6 ฟุต อย่าไปทังพวกเขาพูดจาส่งเดช พวกเรา ดูสินIดินเจ้าสาวสิ แฝงความเป็นหญิงอยู่มากเขียวนะ คันอ่องอันนั้นทำได้ ประณีตขนาดไหน ดีไม่ดีลึกๆ ในตัวแม่ทัพเยี่ยยังซ่อนจิตใจเฉกเช่นสตรีไว้ หลายส่วน แล้วด้านหลังนั่นอะไรน่ะ รูปร่างประหลาด ดูทำหนักเอาการ...''
สินเดิมเจ้าสาวถูกหานผ่านไปทีละหีบ เครื่องเรีอนขนาดใหญ่ผ่านไป ชิ้นหนึ่งก็เรียกเสิยงร้องชมคราหนึ่ง
หลังจากหีบผ่านไปหมดแล้ว ขบวนหาบสินเดิมเจ้าลาวลามสิบชิ้น สุดท้ายกลับเป็นสิ่งของหน้าตาพิลึกพิลั่นที่ใข้ผ้าแดงทุ้มห่ออย่างแน่นหนา มด

คานหาบถูกนํ้าหนักกดลงจนตาเรี่ยพื้น ส่วนทหารซึ่งรับหน้าที่หาบก็บี เหงื่อกาฬผุดกลางหน้าผากหลายเม็ด ดูเหม็อนก็นแรงเป็นอันมาก
ทุกคนสนใจใคร่รู้อย่างยง อยากมองเห็นรูโหว่ลักรูบนผ้าแดงใจจะขาด เคราะห์ดีสวรรค์เบื้องบนเห็นใจให้ทุกคนได้สมความปรารถนา ขณะที่ จวนเจิยนจะลึงวังอันอ๋อง ไม้คานหนึ่งในนั้นทนรับนั้าหนักไม่ไหวหักเป็น ลองท่อน ของตกกระแทกพื้นอย่างแรง ทำให้พื้นดิลาเขยวแตกเป็นรอยร้าวลึง สองรอย ก่อนที่ของจะกลิ้งไปอีกสองตลบ